mainhow togoodskitorder

     

เขียนสีน้ำง่ายๆ โดย อ.กบ

     วันนี้เรามาหลบลมร้อนเขียนรูประบายสีน้ำกันให้สนุกดีกว่า ใครคิดว่าเขียนสีน้ำยาก ขอให้ล้มเลิกความคิดนั้นไปได้เลยหากลองทำตามที่ผมแนะนำ คุณก็สามารถลุกขึ้นมาเขียนดอกไม้สวยๆ เก็บไว้อวดเพื่อนหรือใส่กรอบประดับบ้านหรือแจกเพื่อนฝูงในวาระต่างๆ ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เพราะเขียนมากับมือเราเอง
     ก่อนอื่นต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเขียนสีน้ำว่าต้องใช้อะไรบ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นของแพง ของถูกและดีก็มี ผมว่ามันอยู่ที่ฝีมือมากกว่า อุปกรณ์ที่จะแนะนำให้ใช้นี้ผมเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสินค้าเหล่านี้เลย เพียงแต่เคยทดลองใช้มากหลากหลายยี่ห้อ สีและอุปกรณ์ทางศิลปะมักจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับศิลปิน และระดับนักเรียน ของดีย่อมทำจากวัสดุที่ดี ผู้เริ่มต้นสามารถนำมาใช้ได้เสมอ พอชำนาญมากๆ ก็ค่อยๆ ทดลองปรับไปเรื่อยๆ ก็จะลงตัวเอง

 

  อุปกรณ  

     1. สีน้ำชนิดหลอด
ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ คุณสมบัติที่ดีของสีน้ำก็คือ สีสดสวย มีความบางโปร่งใส ชุ่มฉ่ำและดูสดเสมอเสมือนยังเปียกอยู่ ปรกติเวลาทำงานศิลปะผมจะใช้สีน้ำ Linal ของ Le France ประเทศฝรั่งเศส แต่เวลาสอนนักเรียนผมใช้สีน้ำของศิลปากร ผลิตในประเทศไทย ซึ่งถูกและดี หรือจะลองใช้สีน้ำ Cott Man ของ Winsor Newton ประเทศอังกฤษ แพงกว่าสีศิลปากรนิดหน่อย แต่ก็ถูกกว่า Le France สำหรับมือใหม่ผมแนะนำให้ซื้อสีศิลปากรชุด 12 สี ก็สะดวกง่ายดี หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าและร้านอุปกรณ์ศิลปะ

     2. พู่กัน
ใช้ชนิดพู่กันกลมเบอร์ใหญ่สุด คือ เบอร์ 12 และควรมีขนาดกลางและเล็กประมาณเบอร์ 8 และเบอร์ 6 พู่กันที่ดีจะมีลักษณะปลายแหลม (เมื่อเปียกน้ำ) ไม่แตก หักงอ ขนยาว อุ้มน้ำได้ดี มีสปริงเวลาเขียนแล้วจะสะบัดกลับ มีทั้งชนิดขนวันและขนไนลอน ผมแนะนำให้ใช้พู่กันของไทยเราก็ได้ แต่ถ้ามีกำลังพอก็ลองใช้ของญี่ปุ่นก็ดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง พู่กันใหญ่ใช้กับพื้นที่ขนาดใหญ่ พู่กันเล็กใช้กับพื้นที่เล็กๆ หรืองานที่ต้องเก็บรายละเอียด (ปรกติผมใช้เบอร์ 12 ไนลอน ของญี่ปุ่นอยู่ด้ามเดียวเขียนได้ทั้งเล็กและใหญ่จนเพื่อนล้อว่ากระบี่ดาบเดียว)


     3. จานส
ใช้สำหรับผสมสี จานสีชนิดกล่องสะดวกพกพาไปเขียนได้ทุกที่ ลักษณะจะเป็นกล่องที่มีฝาปิด-เปิดได้ มีช่องเล็กๆ สำหรับบีบสีจากหลอดเรียงไปตามลำดับอ่อนแก่ของสี อย่าบีบสีข้ามโทนกัน ควรแยกสีเป็นกลุ่มๆ เช่น เหลือง ส้ม แดง ชมพู ม่วง น้ำเงิน ฟ้า เขียว น้ำตาล บีบแล้วเหลือใช้ก็ทิ้งไว้ให้แห้ง เวลาจะใช้ก็พรมน้ำลงไปสามารถเขียนใหม่ได้ ส่วนช่องใหญ่มีไว้สำหรับผสมสี อย่างใส่น้ำเยอะ หรืออย่าผสมสีจนข้นเกินไป ข้อสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นสีน้ำไม่นิยมผสมสีขาว หรือสีดำ มักจะเว้นเนื้อกระดาษขาวสำหรับพื้นที่ขาว และนิยมผสมสีเข้มๆ แทนสีดำ

     4. กระดาษเขียนสีน้ำ
มีทั้งชนิดแผ่นและชนิดเล่ม นิยมใช้กระดาษเนื้อหยาบที่เด็กๆ จะเรียกกันว่า 100 ปอบด์หยาบสำหรับสีน้ำโดยเฉพาะ (ประมาณ 240-300 แกรม) ชนิดเล่มจะใช้สะดวก เนื้อหยาบ ชุ่มน้ำ ดูดซึมสีได้ดี และจะทิ้งคราบของสีให้เห็นชัดสวยงาม (เสน่ห์ของสีน้ำอยู่ตรงคราบของสีน้ำที่ทิ้งร่องรอยไว้บนกระดาษ ไม่นิยมเกลี่ยสีเรียบแบบระบายสีโปสเตอร์)


     5. ภาชนะใส่น้ำ
หาได้ทั่วไป กระบอกน้ำ ขันน้ำ กระป๋องเปล่าอะไรก็ได้ สำหรับใส่น้ำเขียนภาพ มีข้อแม้อยู่นิดเดียวว่าไม่ควรเป็นภาชนะทรงสูง เพราะอาจล้มง่าย ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพราะน้ำที่ล้างพู่กันมักจะขุ่นสกปรกอยู่เสมอ ผมมักจะใช้น้ำ 2 กระป๋อง กระป๋องแรกไว้ใช้ผสมสี ควรเป็นน้ำสะอาดอยู่เสมอ อีกกระป๋องสำหรับล้างพู่กันที่เขียนเสร็จแล้ว ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ สีจะได้สวยสดใสและสะอาด

     6. ผ้าเช็ดพู่กัน
ใช้ผ้าขนหนู หรือเศษผ้าหรือ ทิชชูก็ได้ใช้สำหรับซับน้ำที่ชุ่มเกินไปจากพู่กันก่อนที่จะระบายลงบนกระดาษ และใช้เช็ดทำความสะอาดช่องผสมสี ใช้จานสีเพื่อให้เป็นที่ราบสำหรับผสมสีที่สะอาดอยู่เสมอ


     ขั้นตอนการระบายสีน้ำอย่างง่ายๆ
     หาแบบดอกไม้ที่เราชอบ ผมเลือกดอก Chrysantimum เพราะมีโครงสร้างทรงกลมง่ายๆ และมีกลีบดอกเล็กๆ สั้น-ยาว เรียงอยู่โดยรอบ
     ขั้นแรกเริ่มโดยร่างภาพดอกไม้ 2-3 ดอก ตามที่เราจัดไว้ด้วยดินสอเบาๆ ไม่ต้องเขียนรายละเอียดทุกกลีบนะครับ เดี๋ยวจะท้อเสียก่อน ขึ้นรูปกลมๆ แล้วเขียนกลีบเล็ก 2-3 กลีบพอรู้เรื่อง ดูทิศทางของกลีบดอกก้านใบให้พอเหมาะกับหน้ากระดาษ 100 ปอนด์หยาบ
     ก่อนลงมือระบายสี ดูดอกไม้จริงว่ามีสีอะไรบ้างเหลือง อ่อนแก่ – เขียว อ่อนแก่เป็นต้น ดูทิศทางของแสงสักนิดก็ดีว่าแสงเข้าด้านไหนมากกว่ากัน กำหนดให้ด้านที่แสงเข้าดูสว่างกว่าอีกด้านหนึ่ง โดยลงมือระบายสีอ่อนๆ ก่อน สีน้ำจะต้องเริ่มจากสีอ่อนไปหาสีเข้มเสมอ เขียนจากแสงไปหาเงาเสมอ
     ผสมสีเหลืองโดยเอาพู่กันจุ่มน้ำจนชุ่มแล้วแตะสีเหลืองจากจานสี แล้วผสมลงในช่อง อย่าให้น้ำเยอะเกินไปหรือสีข้นควรเริ่มจากสีอ่อนก่อนเสมอ
     จรดปลายพู่กันที่ปลายกลีบดอกแล้วลากเข้าหากึ่งกลางของดอก หากกดพู่กันแรงกลีบดอกจะใหญ่ หากกดแบบโหย่งๆ เบามือ กลีบก็จะเล็ก ลองซ้อมมือดูกับกระดาษข้างนอกก่อนจะเขียนจริงก็ได้นะครับ
     จากดอกที่หนึ่งใกล้ตัวก็เขียนดอกอื่นๆ ต่อไปจนครบ จากนั้นก็ผสมสีเขียวอ่อนกับเหลือง เพื่อระบายเกสรตรงกลางดอก และเขียนส่วนที่เป็นก้านดอก พยายามบังคับพู่กันลากเบาๆ ตรงๆ จะได้ก้านดอกที่สวยงาม หากกดพู่กันแรงก้านจะใหญ่ต้องซ้อมมือเยอะๆ นะครับจะได้ออกมาสวยๆ
    ในส่วนของใบผสมสีเขียวอ่อน จรดพู่กันจากปลายใบแล้วกดพู่กันให้แบนลง ลากลงมาแล้วยกขึ้นก็จะได้ใบไม้ 1 ใบ ทำตามนี้จนครบทุกใบ

     ผสมสีเหลือง+ส้ม แตะแต้มเบาๆ ตามกลีบเกสรตรงกลางภาพ เพื่อสร้างน้ำหนักลึกลงในภาพ แทรกตามรอยแยกกลีบดอกในส่วนที่เป็นเงา ก็จะสร้างระยะใกล้-ไกลให้เกิดขึ้นในแต่ละดอก
     ผสมสีเขียว+น้ำเงิน หรือเขียว+ส้มนิดหน่อย จะได้สีเขียวเข้มแต้มลงตามขอบของก้านด้านที่อยู่ในเงา (สีเขียวอ่อนแรกจะกลายเป็นด้านที่โดนแสง) เติมเงาเข้มตามก้านและใบ
     ผสมทั้งสีเหลืองอมส้มและสีเขียวเข้มอมส้มเพื่อเติมน้ำหนักเงาในดอกจนครบทุกดอกและใบ น้ำหนักสุดท้ายนี้ (เรามักจะทำ 3 น้ำหนักใน 1 ดอก คือ อ่อน-กลาง-แก่) จะช่วยเน้นให้ดอกและใบดูสมบูรณ์มีแสง-เงาขึ้น
     ตรวจดูน้ำหนักโดยรวมทุกดอกจนพอใจแล้วอย่าลืมเซ็นชื่อกำกับและลงวันที่เขียนไว้ด้วยจะได้จำได้ว่ารูปนี้เราเขียนเมื่อไร 5 ปี 10 ปี กลับมาดูโอโฮสวยจังเลย ใครเขียนหนอนี่ (การเซ็นชื่อลงในงานหมายถึงการยอมรับว่าเราพอใจในผลงานชิ้นนี้ และแสดงความเป็นเจ้าของผลงานชิ้นนั้นๆ )
     

     ขอให้สนุกกับการเขียนสีน้ำนะครับ ได้ผลอย่างไรแจ้งให้ทราบด้วย และยินดีให้คำปรึกษาครับ

 

                                                        - อ.กบ -

 

ส่งเมล์สอบถาม คุย กับ อ.กบ

ชื่อ
e-mail
เรื่อง
ข้อความ